แผ่นโพลีคาร์บอเนต ราคาในตลาดอยู่ราว 150 ถึง 700 บาทต่อตารางเมตร ขึ้นกับแบบใสหรือตัน ความหนา 4 ถึง 10 มิลลิเมตร ยี่ห้อ และชั้นกันรังสียูวี จุดสำคัญที่สุดคือเลือกแผ่นที่มีชั้นกันยูวีเพื่อไม่ให้เหลืองเร็ว บทความนี้อธิบายปัจจัยราคาและวิธีเลือกให้คุ้มค่าระยะยาว
แผ่นโพลีคาร์บอเนตราคาต่อตารางเมตรอยู่ที่เท่าไร
ช่วงราคาตลาดของแผ่นโพลีคาร์บอเนตค่อนข้างกว้าง เพราะมีหลายแบบและหลายความหนา แบบใสชนิดลูกฟูกหรือกลวงมักเริ่มต้นย่อมกว่า ส่วนแบบตันที่เนื้อแน่นและแข็งแรงกว่าจะราคาสูงกว่าอยู่พอสมควร ตัวเลขที่เห็นตามร้านมักเป็นราคาเฉพาะแผ่น ยังไม่รวมโครงและค่าติดตั้ง
ราคายังขยับตามยี่ห้อและคุณภาพชั้นเคลือบกันยูวี แผ่นราคาถูกมากที่ไม่มีชั้นกันยูวีที่ดีมักเหลืองและกรอบเร็วภายในไม่กี่ปี ทำให้ต้องเปลี่ยนใหม่และจ่ายซ้ำ การดูแค่ราคาต่อแผ่นอย่างเดียวจึงอาจไม่คุ้มในระยะยาว

ตารางช่วงราคาแผ่นโพลีคาร์บอเนต
ตารางด้านล่างเป็นช่วงราคาตลาดโดยประมาณ ไว้ใช้เทียบก่อนตัดสินใจ
| ชนิดแผ่น | ช่วงราคาตลาดต่อตารางเมตร | จุดเด่น |
| แบบใส ลูกฟูก หรือ กลวง | ราว 150 ถึง 350 บาท | น้ำหนักเบา ราคาย่อม ให้แสงผ่าน |
| แบบตัน | ราว 350 ถึง 700 บาท | แข็งแรง ทนแรงกระแทกสูง ใสกว่า |
| แบบตันเกรดหนา มีชั้นกันยูวีสองด้าน | ราว 600 บาทขึ้นไป | ทนยูวี ไม่เหลืองง่าย อายุยาว |
ราคาข้างต้นเป็นค่าวัสดุ ยังไม่รวมโครงสร้างและค่าติดตั้ง งานจริงจะบวกค่าโครงและอุปกรณ์จบงานเข้าไป การวัดหน้างานจะช่วยให้ประเมินงบได้ตรงกว่า
ทำไมโพลีคาร์บอเนตถึงเหลือง แล้วเลือกยังไงไม่ให้เหลือง
สาเหตุหลักที่แผ่นเหลืองคือรังสียูวีจากแสงแดดค่อย ๆ ทำให้เนื้อพลาสติกเสื่อม แผ่นที่ไม่มีชั้นเคลือบกันยูวีที่ดีจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองขุ่นและเปราะแตกง่ายเมื่อใช้กลางแดดไปหลายปี
วิธีเลือกให้ไม่เหลืองเร็วคือดูว่าแผ่นมีชั้นกันยูวีเคลือบมาหรือไม่ และเคลือบด้านเดียวหรือสองด้าน แผ่นที่ดีมักระบุการรับประกันเรื่องการเปลี่ยนสีไว้ เช่น รับประกันไม่เหลืองตามจำนวนปีที่กำหนด และตอนติดตั้งต้องหันด้านที่เคลือบกันยูวีขึ้นรับแดดให้ถูก มิฉะนั้นชั้นกันยูวีจะไม่ทำงานเต็มที่
ข้อควรระวังอีกอย่างคือแผ่นราคาถูกมากบางล็อตอ้างว่ากันยูวี แต่ชั้นเคลือบบางจนแทบไม่ช่วยอะไร การซื้อจากร้านหรือผู้ติดตั้งที่เชื่อถือได้และดูเอกสารรับประกันของแผ่นจึงปลอดภัยกว่าการเลือกจากราคาถูกสุดอย่างเดียว เพราะค่าเปลี่ยนแผ่นใหม่เมื่อเหลืองไวมักแพงกว่าส่วนต่างที่ประหยัดได้ตอนแรก
โพลีคาร์บอเนตกับชินโคไลท์ ต่างกันยังไงเรื่องเหลือง
หลายคนเทียบโพลีคาร์บอเนตกับชินโคไลท์ซึ่งเป็นแผ่นอะคริลิกโปร่งแสง ชินโคไลท์เด่นเรื่องความใสสูงและไม่เหลืองง่าย แต่ราคาสูงกว่าและเปราะกว่าเมื่อโดนแรงกระแทก ส่วนโพลีคาร์บอเนตทนแรงกระแทกได้ดีกว่ามากและราคาย่อมกว่า แต่ต้องเลือกรุ่นที่มีชั้นกันยูวีเพื่อคุมเรื่องการเหลือง
ถ้าเน้นความใสระยะยาวและงบถึง ชินโคไลท์เป็นตัวเลือกที่ดี ถ้าเน้นความทนทานต่อแรงกระแทกและคุมงบ โพลีคาร์บอเนตแบบมีชั้นกันยูวีก็ตอบโจทย์ อ่านการเทียบแบบใสกับแบบตันเพิ่มได้ที่บทความแผ่นโพลีคาร์บอเนต
ค่าใช้จ่ายที่ต้องเผื่อนอกจากค่าแผ่น
ราคาต่อตารางเมตรที่เห็นเป็นเพียงค่าแผ่น งานจริงยังมีต้นทุนอื่นที่ต้องบวกเข้าไป อย่างแรกคือโครงสร้างรองรับ ทั้งเหล็กกล่องและอุปกรณ์ยึด ซึ่งต้องแข็งแรงพอรับน้ำหนักและแรงลม อย่างที่สองคือค่าแรงติดตั้ง ที่ขึ้นกับความสูง ความยากของหน้างาน และรูปทรงหลังคา
นอกจากนี้ถ้าเป็นงานเปลี่ยนแผ่นเก่า ต้องเผื่อค่ารื้อของเดิมและตรวจสภาพโครงว่ายังใช้ได้หรือไม่ บางงานโครงเดิมผุจนต้องเสริมใหม่ ทำให้งบเพิ่มขึ้น การดูแค่ราคาต่อแผ่นจึงอาจต่ำกว่างบจริงพอสมควร
จุดที่ช่วยประหยัดระยะยาวคือการเลือกแผ่นที่มีชั้นกันยูวีตั้งแต่แรก แม้ราคาต่อแผ่นสูงกว่าเล็กน้อย แต่ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยเหมือนแผ่นถูกที่เหลืองไว เมื่อเฉลี่ยค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งานแล้วมักคุ้มกว่า ทางที่ดีคือให้ช่างช่วยประเมินทั้งค่าแผ่น ค่าโครง และค่าติดตั้งเป็นก้อนเดียว จะได้เห็นงบจริงและเทียบทางเลือกได้ง่ายกว่าการดูราคาแผ่นแยกส่วน
เลือกโพลีคาร์บอเนตให้คุ้ม ปรึกษาทีมงานก่อนซื้อ
เพราะราคาต่อตารางเมตรต่างกันตามชนิด ความหนา และชั้นกันยูวี การเลือกให้ตรงงานจะช่วยไม่ให้จ่ายเกินหรือได้ของที่เหลืองเร็ว ทีมศิริวงศ์ กันสาด ช่วยแนะนำชนิดและความหนาที่เหมาะกับหน้างาน พร้อมสำรวจพื้นที่และทำใบเสนอราคาให้ฟรี ดูสินค้ากลุ่มนี้ได้ที่หน้าแผ่นโพลีคาร์บอเนต หรือนัดทีมช่างประสบการณ์กว่าสิบห้าปีเข้าประเมินได้ที่หน้า นัดสำรวจหน้างานและขอใบเสนอราคาฟรี
คำถามที่พบบ่อย
ช่วงราคาตลาดอยู่ราว 150 ถึง 700 บาทต่อตารางเมตร แบบใสลูกฟูกจะย่อมกว่า แบบตันและแบบมีชั้นกันยูวีสองด้านจะสูงกว่า ราคานี้เป็นค่าแผ่น ยังไม่รวมโครงและติดตั้ง
เลือกแผ่นที่มีชั้นเคลือบกันรังสียูวี ยิ่งเคลือบสองด้านยิ่งทนแดด และควรดูการรับประกันเรื่องการเปลี่ยนสี แผ่นราคาถูกที่ไม่มีชั้นกันยูวีมักเหลืองภายใน 1 ถึง 3 ปี
แบบใสลูกฟูกหรือกลวงน้ำหนักเบาและราคาย่อมกว่า ส่วนแบบตันเนื้อแน่น แข็งแรง ทนแรงกระแทกสูงและใสกว่า จึงราคาสูงกว่า เลือกตามการใช้งานและงบประมาณ
ความหนาที่ใช้กันอยู่ราว 4 ถึง 10 มิลลิเมตร งานกันสาดเล็กใช้ 4 ถึง 6 มิลลิเมตรก็พอ ส่วนพื้นที่กว้างหรือรับแรงมากควรใช้หนาขึ้นเพื่อความแข็งแรง
ถ้าเน้นความใสระยะยาวและงบถึง เลือกชินโคไลท์ที่ไม่เหลืองง่าย ถ้าเน้นทนแรงกระแทกและคุมงบ เลือกโพลีคาร์บอเนตแบบมีชั้นกันยูวี ทั้งสองแบบใช้ทำหลังคาโปร่งแสงได้ดี
แหล่งอ้างอิง
- Wikipedia: Polycarbonate: ข้อมูลวัสดุแผ่นโพลีคาร์บอเนต
- Wikipedia: UV degradation: กลไกการเสื่อมของพลาสติกจากรังสียูวี
- SCG Building Materials: ความรู้เรื่องแผ่นหลังคาโปร่งแสง
- มอก. สมอ.: มาตรฐานวัสดุก่อสร้าง