เมทัลชีท PU โฟม คือแผ่นเมทัลชีทที่พ่นฉนวนโพลียูรีเทนหนาราว 3 ถึง 25 มิลลิเมตรติดใต้แผ่นมาจากโรงงาน ต่างจากแผ่นธรรมดาตรงที่กันความร้อนและลดเสียงฝนได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด แลกกับราคาต่อตารางเมตรที่สูงขึ้น บทความนี้เทียบให้เห็นภาพว่าเหมาะกับบ้านแบบไหนและคุ้มค่าระยะยาวหรือไม่
เมทัลชีท PU โฟม คืออะไร
เมทัลชีทตัวแผ่นคือเหล็กเคลือบอะลูซิงค์ขึ้นลอน น้ำหนักเบาและติดตั้งเร็ว ส่วนคำว่า PU โฟม หมายถึงฉนวนโพลียูรีเทนที่พ่นเป็นเนื้อเดียวติดใต้ท้องแผ่นมาตั้งแต่โรงงาน ไม่ใช่แผ่นที่มาแปะทีหลังหน้างาน
ฉนวนชั้นนี้มีความหนาให้เลือกหลายระดับ ที่ตลาดใช้กันมากคือ 4 มิลลิเมตร 6 มิลลิเมตร และ 10 มิลลิเมตร งานที่ต้องการกันร้อนเต็มที่อย่างโรงงานหรือห้องใต้หลังคาบางแบบอาจใช้หนาถึง 25 มิลลิเมตร ยิ่งหนายิ่งกันความร้อนและซับเสียงได้มาก ราคาก็ขยับตามความหนา
เนื้อ PU โฟมมีโครงสร้างเป็นฟองอากาศปิดขนาดเล็กจำนวนมากอัดกันแน่น จุดนี้เองที่ทำให้มันกันความร้อนได้ดีและยังช่วยไม่ให้เกิดหยดน้ำเกาะใต้แผ่นเวลาอากาศเปลี่ยน

เมทัลชีทแบบธรรมดา มีข้อจำกัดตรงไหน
แผ่นเมทัลชีทเปล่าเป็นโลหะบาง จึงนำความร้อนเข้าบ้านเร็ว ตอนแดดจัดใต้หลังคาจะอบและร้อนสะสม ทำให้แอร์ทำงานหนักและค่าไฟสูงขึ้น เป็นเรื่องที่หลายบ้านบ่นบ่อยหลังเปลี่ยนมาใช้แผ่นเปล่า
อีกเรื่องคือเสียง เวลาฝนตกหรือลูกเห็บกระทบ แผ่นโลหะบางจะส่งเสียงดังก้อง คนที่อยู่ข้างล่างจะรู้สึกรบกวนชัดเจน โดยเฉพาะห้องนอนหรือมุมทำงานที่ต้องการความสงบ
ปัญหาสุดท้ายคือหยดน้ำใต้แผ่น เมื่ออุณหภูมิด้านนอกกับด้านในต่างกันมาก ไอน้ำจะกลั่นตัวเป็นหยดเกาะใต้เมทัลชีทแล้วหยดลงมา หลายคนเข้าใจผิดว่าหลังคารั่ว ทั้งที่จริงคือการควบแน่น การมีฉนวนใต้แผ่นช่วยลดปัญหานี้ได้
PU โฟม ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง
จุดเด่นแรกคือกันความร้อน โพลียูรีเทนมีค่าการนำความร้อนต่ำราว 0.020 ถึง 0.028 วัตต์ต่อเมตรเคลวิน ถือว่าต่ำกว่าฉนวนทั่วไปหลายชนิด ความร้อนจากหลังคาจึงผ่านลงมาช้าลงมาก ใต้หลังคาเย็นกว่าแผ่นเปล่าอย่างรู้สึกได้
จุดที่สองคือลดเสียงฝน เนื้อโฟมที่แน่นช่วยซับแรงกระแทกของเม็ดฝน เสียงที่เคยดังก้องจะเบาลง เหมาะกับบ้านพักอาศัยที่คนอยู่จริงทุกวัน ไม่ใช่แค่โกดังเก็บของ
จุดที่สามคือกันหยดน้ำควบแน่น เพราะฉนวนช่วยลดความต่างของอุณหภูมิระหว่างผิวบนกับผิวล่างของแผ่น ไอน้ำจึงไม่กลั่นตัวเป็นหยดใต้หลังคา ช่วยยืดอายุฝ้าและโครงสร้างที่อยู่ข้างล่าง
เทียบ เมทัลชีท PU โฟม กับ แบบธรรมดา
ตารางด้านล่างสรุปความต่างที่สำคัญ เพื่อให้เห็นภาพก่อนตัดสินใจ
| หัวข้อ | เมทัลชีทแบบธรรมดา | เมทัลชีท PU โฟม |
| การกันความร้อน | น้อย ใต้หลังคาร้อนสะสม | ดี ฉนวนค่าการนำความร้อน 0.020 ถึง 0.028 |
| เสียงฝน | ดังก้อง | เบาลงชัดเจน |
| หยดน้ำควบแน่น | เกิดง่ายเวลาอากาศเปลี่ยน | ลดได้มาก |
| น้ำหนักแผ่น | เบาที่สุด | เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากชั้นโฟม |
| ช่วงราคาตลาดต่อตารางเมตร | ราว 200 ถึง 450 บาท | ราว 350 ถึง 700 บาท ตามความหนาโฟม |
| เหมาะกับงาน | โกดัง โรงเก็บของ กันสาดชั่วคราว | บ้านพัก โรงจอดรถ พื้นที่คนอยู่จริง |
ตัวเลขราคาเป็นช่วงราคาตลาดของวัสดุไว้เทียบกัน ไม่ใช่ราคาตายตัวของงานแต่ละหลัง เพราะราคาจริงยังขึ้นกับความหนาแผ่น ความหนาโฟม ขนาดพื้นที่ และรูปแบบโครงสร้าง
PU โฟม กับ PE โฟม ต่างกันยังไง
ในตลาดยังมีฉนวนอีกแบบชื่อ PE โฟม หรือโพลีเอทิลีน มักเป็นแผ่นฟอยล์สีเงินที่ราคาถูกกว่า จุดต่างหลักอยู่ที่ประสิทธิภาพการกันความร้อน
PE โฟมมีค่าการนำความร้อนราว 0.033 ถึง 0.040 วัตต์ต่อเมตรเคลวิน ซึ่งสูงกว่า PU โฟม แปลว่ากันความร้อนได้น้อยกว่าที่ความหนาเท่ากัน อีกทั้ง PE มักมาเป็นแผ่นแปะ ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกับแผ่นเหมือน PU ที่พ่นติดจากโรงงาน
สรุปง่าย ๆ คือ PE โฟมเหมาะกับงบจำกัดและงานที่ไม่ได้เน้นกันร้อนมาก ส่วน PU โฟมเหมาะกับบ้านที่ต้องการความเย็นและความเงียบระยะยาว การเลือกจึงขึ้นกับว่าอยากลงทุนกับความสบายมากแค่ไหน
ราคา เมทัลชีท PU โฟม คุ้มค่าระยะยาวไหม
ถ้าดูแค่ราคาต่อตารางเมตร เมทัลชีท PU โฟมแพงกว่าแผ่นเปล่าอยู่พอสมควร แต่ถ้ามองยาวจะเห็นว่าส่วนต่างนี้ไปแลกกับค่าไฟที่ลดลงจากแอร์ทำงานเบาลง และความสบายของคนในบ้านที่ได้ทุกวัน
หลายบ้านที่เคยติดแผ่นเปล่าแล้วต้องมาแก้ทีหลังด้วยการบุฉนวนเพิ่ม สุดท้ายจ่ายแพงกว่าและได้งานที่เก็บไม่เนียนเท่าแผ่นที่มาพร้อมโฟมตั้งแต่แรก การเลือกแผ่น PU โฟมตั้งแต่ต้นจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มกว่าในภาพรวม
สิ่งที่ควรทำก่อนตัดสินใจคือให้ช่างวัดหน้างานจริงและช่วยเลือกความหนาโฟมให้เหมาะกับการใช้งาน เพราะโฟมหนาเกินจำเป็นก็เพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ ส่วนโฟมบางเกินไปก็อาจกันร้อนไม่พอในบางพื้นที่
เลือกแผ่นให้เหมาะกับบ้าน แล้วให้เราช่วยประเมิน
การเลือกความหนาแผ่นและความหนาโฟมที่พอดีกับบ้านแต่ละหลังต้องดูทั้งทิศทางแดด ความสูงหลังคา และการใช้งานจริง ทีมศิริวงศ์ กันสาด เข้าไปสำรวจหน้างาน ทำแบบสามมิติ และประเมินราคาให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้เห็นภาพและงบก่อนเริ่มงาน งานติดตั้งดูแลโดยทีมช่างประสบการณ์กว่าสิบห้าปี พร้อมการรับประกันที่ครอบคลุมทั้งโครงสร้างและการรั่วซึม นัดหมายหรือสอบถามได้ที่หน้า ติดต่อเรา หากอยากดูวัสดุกลุ่มกันร้อนเพิ่มเติมดูได้ที่หมวดหลังคาทึบแสง และอ่านพื้นฐานได้ที่บทความหลังคาเมทัลชีท
คำถามที่พบบ่อย
ในตลาดแผ่นเปล่าอยู่ราว 200 ถึง 450 บาทต่อตารางเมตร ส่วนแผ่นที่มี PU โฟมอยู่ราว 350 ถึง 700 บาทต่อตารางเมตร ตามความหนาโฟมที่เลือก ราคาจริงต้องวัดหน้างานถึงจะได้ตัวเลขที่ตรง
จริง เพราะค่าการนำความร้อนของโพลียูรีเทนต่ำราว 0.020 ถึง 0.028 วัตต์ต่อเมตรเคลวิน ความร้อนจากหลังคาจึงผ่านลงมาช้าลงมาก ใต้หลังคาเย็นกว่าแผ่นเปล่าอย่างรู้สึกได้
บ้านพักทั่วไปมักใช้ 4 ถึง 10 มิลลิเมตรก็เพียงพอ ส่วนงานที่ต้องการกันร้อนเต็มที่อย่างโรงงานอาจใช้ถึง 25 มิลลิเมตร ความหนาที่พอดีขึ้นกับทิศแดดและการใช้งาน จึงควรให้ช่างช่วยประเมิน
ถ้าเน้นกันร้อนและความเงียบระยะยาวเลือก PU โฟม เพราะกันความร้อนดีกว่าที่ความหนาเท่ากัน ถ้างบจำกัดและไม่ได้เน้นกันร้อนมาก PE โฟมก็พอไหว แต่ประสิทธิภาพจะน้อยกว่า
ได้ ชั้นฉนวนช่วยลดความต่างของอุณหภูมิบนแผ่นกับใต้แผ่น ไอน้ำจึงไม่กลั่นตัวเป็นหยดเกาะใต้หลังคา ช่วยลดปัญหาที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นรอยรั่ว
แหล่งอ้างอิง
- SCG Building Materials : ความรู้เรื่องฉนวนและหลังคา: ข้อมูลวัสดุก่อสร้างและฉนวน
- NS BlueScope : ข้อมูลเทคนิคแผ่นเหล็กเคลือบ: มาตรฐานแผ่นเหล็กเคลือบโลหะ
- Wikipedia : โพลียูรีเทน (Polyurethane): คุณสมบัติของฉนวนโพลียูรีเทน
- สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.): มาตรฐานวัสดุก่อสร้าง